ประเภทของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

 
      การจัดทำบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีการสร้างได้เพื่อนำเสนอเนื้อหาได้หลายประเภท  ดังนี้

      1. ประเภทการสอน (Tutorial Instruction) เป็นการเสนอเนื้อหาใหม่หรือทบทวน
เนื้อหาให้แก่ผู้เรียน มีการแบ่งเนื้อหาเป็นหน่วยย่อย นำเสนอในรูปแบบของ ข้อความ ภาพ และเสียง
มีคำถามในตอนท้ายก่อนที่จะเรียนหน่วยถัดไปู้เรียนสามารถย้อนกลับไปบทเรียนเดิม
หรือข้ามบทเรียนที่ผู้เรียนรู้แล้ว ผู้เรียนสามารถควบคุมการเรียนของตนได้ตามความต้องการ
ของตนเอง

       2. ประเภทการฝึกหัด (Drill and Practice) มุ่งเน้นให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดทบทวนความรู้
ที่ได้เรียนไปแล้ว  บทเรียนประเภทนี้จะไม่มีการเสนอเนื้อหาความรู้เดิมแก่ผู้เรียนก่อน แต่จะเน้น
การฝึกทักษะและปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอนและจะไม่ข้ามขั้นตอนจนกว่าจะผ่านการเรียนในขั้นต้น
เสียก่อน

       3. ประเภทสถานการณ์จำลอง (Simulation) การนำเสนอบทเรียนโดยจำลองสถานการณ์
ที่เหมือนจริงขึ้นและบังคับให้ผู้เรียนต้องตัดสินใจแก้ปัญหา (Problem Solving) ในตัวบทเรียน
จะมีคำแนะนำเพื่อช่วยในการตัดสินใจของผู้เรียนและแสดงผลลัพธ์ในการตัดสินใจนั้นๆ ข้อดี
ของการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนประเภทจำลอง คือ การลดค่าใช้จ่ายและการลดอันตราย
อันอาจเกิดขึ้นได้จากการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์จริง

       4. ประเภทเกมการสอน (Instruction  Games) คือ บทเรียนทางคอมพิวเตอร์ที่ทำให้
ผู้ใช้มีความสนุกสนานเพลิดเพลิน  จนลืมไปว่ากำลังเรียนอยู่  เกมคอมพิวเตอร์ทางการศึกษา
เป็นคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประเภทที่สำคัญประเภทหนึ่ง  เนื่องจากเป็นคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
ที่กระตุ้นให้เกิดความสนใจในการเรียน  คอมพิวเตอร์ช่วยสอนประเภทนี้  นิยมใช้กับเด็ก
ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  นอกจากนี้ยังสามารถนำมาใช้
กับผู้เรียนในระดับอุดมศึกษา เพื่อเป็นการปูทางให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกที่ดีกับการเรียน
ทางคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย

      5. ประเภทแบบทดสอบ (Test)
คือ การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการสร้างแบบทดสอบ
การจัดการสอบ  การตรวจให้คะแนน  การคำนวณผลสอบ ข้อดีของการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน
ประเภทแบบทดสอบ คือ การที่ผู้เรียนได้รับผลป้อนกลับโดยทันที (Immediate Feedback)
ซึ่งเป็นข้อจำกัดของการทดสอบที่ใช้กันอยู่ทั่ว ๆ ไป  นอกจากนี้การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 
ในการคำนวณผลสอบก็ยังมีความแม่นยำและรวดเร็วอีกด้วย

      6. ประเภทการค้นพบ (Discovery) การค้นพบเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้
จากประสบการณ์ของตนเองมากที่สุด  โดยการเสนอปัญหาให้ผู้เรียนแก้ไขด้วยการลองผิดลองถูก
หรือโดยวิธีการจัดระบบเข้ามาช่วยเหลือ  โปรแกรมคอมพิวเตอร์จะเสนอข้อมูลที่หลากหลาย
แก่ผู้เรียน  เพื่อให้ผู้เรียนพยายามค้นหาจนกระทั่งได้ข้อสรุปในการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด

       7. ประเภทการแก้ปัญหา (Problem  Solving) เป็นการเรียนที่ให้คอมพิวเตอร์สุ่มข้อมูล
มาแล้วให้ผู้เรียนวิเคราะห์หรือแก้ปัญหา เช่น  วิชาสถิติ  คณิตศาสตร์   เป็นต้น และยังให้ผู้เรียน
ฝึกการคิด  ตัดสินใจโดยมีการกำหนดเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป ให้ผู้เรียนพิจารณา
ไปตามเกณฑ์หรือเงื่อนไขนั้น ๆ  ทำให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหา
อย่างมีหลักเกณฑ์

      8. ประเภทสาธิต (Demonstrations) เป็นการเรียนรู้ในลักษณะการแสดงการสาธิตการทำงาน
ของอุปกรณ์หรือสอนการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะนำเสนอเนื้อหาที่เป็นภาพนิ่ง
ภาพเคลื่อนไหวข้อความอธิบายเสียงบรรยายเสียงประกอบทำให้เข้าใจการทำงานของกระบวนการ
ทั้งหมดและอาจให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริงตามขั้นตอนที่ได้ศึกษา ซึ่งคอมพิวเตอร์สามารถนำมาใช้
ในการสาธิตได้อย่างดี เช่น สื่อสาธิตการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

      9. แบบการเรียนแบบสนทนา (Dialogue) เป็นโปรแกรมที่พยายามให้เป็นการพูดคุยระหว่าง
ผู้สอนกับผู้เรียน โดยเลียนแบบการสอนในห้องเรียน อาจใช้เสียงจริงหรือข้อความบนจอภาพ
เพื่อโต้ตอบกับผู้เรียน การสอนเป็นลักษณะตั้งปัญหาถามผู้เรียนในลักษณะการใช้แบบสอบถาม

      สรุปได้ว่า  บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่นำไปใช้ในการเรียนการสอนแต่ละประเภทนั้น
จะต้องคำนึงวัตถุประสงค์ เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายนั้น ๆ  และเลือกรูปแบบให้เหมาะสมกับลักษณะ
ของกิจกรรมการเรียนรู้

ให้คลิกปุ่มย้อนกลับ ที่แถบเครื่องมือข้างบน เพื่อกลับหน้าหลัก